ไขรหัส ความสำเร็จ “ลิเวอร์พูล” ของเจอร์เก้น คล็อปป์

ไขรหัส ความสำเร็จลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลอด 3 ปีหลัง “ลิเวอร์พูล” ของเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ดีดตัวเองขึ้นมาเป็นทีมระดับแถวหน้าของโลกเป็นที่เรียบร้อย

 

การเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 ปีติดต่อกัน และได้แชมป์สมัยที่ 6 มาครองเมื่อสัปดาห์ก่อน และการขยับเข้าใกล้ “การคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 30 ปี” ชนิดที่แทบจะไม่แพ้ใครเลย

 

ทำให้สายตาของคนในวงการฟุตบอลต่างถามว่า “เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำอะไร จึงเปลี่ยนเครื่องจักรสีแดงตัวนี้ กลับมาทำงานได้ดุดันอีกครั้ง”

 

เรื่องที่ 1 แท็คติก

 

ทุกคนต่างได้ยิน ‘แท็คติก เกเก้น เพรสซิ่ง’ หรือ ‘การกดดันอย่างดุดัน และรวดเร็ว’ ที่เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จ

 

3 กองหน้าอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน สามารถเล่นเกมรับได้อย่างเนียนตา และเมื่อตัดบอลได้ ก็สามารถโจมตีได้อย่างรวดเร็ว

 

แต่ความจริงแล้วแท็คติกนี้ ถือเป็นแท็คติกแรกที่คล็อปป์นำเข้ามา และทำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรก เพราะในลีกส่วนใหญ่ พวกเขามักจะชนะทีมใหญ่ และไปแจกแต้มให้กับทีมเล็กๆ จนโดนล้อว่าเป็น‘โรบินฮูด’

 

แต่การเข้ามาของ ‘เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์’ และ ‘อลิสซอน เบคเกอร์’ ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่พวกเขาจะทำได้ดียามไม่มีบอล พวกเขาเริ่มรู้จักการครองบอลเพื่อโจมตี และแนวรับที่คอมแพคต์ บวกกับผู้รักษาประตูที่ไว้ใจได้ ทำให้เมื่อเจอกับทีมเล็ก พวกเขารู้จักวิธีการครองบอลเพื่อสร้างโอกาส

 

โดยเฉพาะ ‘จอร์แดน เฮนเดอร์สัน’ กัปตันทีมที่พัฒนาตัวเองขึ้นมา ในการควบคุมจังหวะการเล่นของทีม ที่ไม่ต้องรวดเร็วอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักดึงช้าในบางจังหวะ เล่นกับพลกำลังของคู่ต่อสู้ในยามครองบอล รวมถึง หาโอกาสสบช่องที่เหมาะสม ในการโจมตีจากการเล่นบอลยาว

 

ทำให้ “หงส์แดง” ปีนี้ มีความแข็งแกร่งในทุกพื้นที่ และมีมิติในการเข้าทำมากมาย

 

เรื่องที่ 2 แรงจูงใจ

 

จะเห็นได้ชัดว่า ‘แรงจูงใจ’ ความกระหายต่างๆของลิเวอร์พูล ในแต่ละเกมนั้นสูงมาก พวกเขาพร้อมที่จะทำเต็มที่ และพยายามเอาชนะให้ได้ในทุกสถานการณ์ จนมันส่งผลต่อผลลัพธ์ที่พวกเขาได้มา เมื่อการแข่งขันจบลง

 

นั่นก็เพราะเสียงวิจารณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นว่า “ต่อให้คุณเล่นดีแค่ไหน แต่หากไม่ชนะ ไม่ได้แชมป์ ทุกอย่างที่ทำลงไปก็เท่ากับ ศูนย์ นั่นจึงเป็นแรงถีบสำคัญของหงส์แดงชุดนี้ ที่พร้อมจะสู้ตายตลอดเวลา”

 

เรื่องที่ 3 การเสริมทัพที่ลงตัว

 

หากย้อนไปดู ‘การเสริมทัพของหงส์แดง’ ในช่วงก่อนหน้านี้ พวกเขาจะมีความผิดพลาดเสมอ มาตั้งแต่ยุคของ ‘เชราร์ อุลลิเยร์’ ที่ไปเอา 2 ดาวเตะจากเซเนกัล อย่าง เอล ฮัดจิ ดิยุฟ หรือ ชาลีฟ ดิเยา ต่อมาที่ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่เสริมทัพผิดพลาดบ่อยครั้ง

 

ขณะที่ในยุคของ ‘เบรนแดน ร็อดเจอร์ส’ ก็มีการเสริมทัพนักเตะที่ไม่ได้ช่วยให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่

 

แต่สำหรับ ‘เจอร์เก้น คล็อปป์’ หากสังเกตดีๆการเสริมทัพของเขานั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจน อยากได้ตัวนี้คือต้องได้ ไม่มีการไปเลือกเป้าหมายเบอร์ 2 3 4 อยากได้ ฟาน ไดจ์ ก็ต้องได้ อยากได้ อลิสซอน ก็ต้องได้ ไม่ใช่ไปหาตัวเลือกรองลงมา แม้จะต้องจ่ายเงินก้อนโต พวกเขาก็พร้อม เพื่อทำให้จิ๊กซอว์ของลิเวอร์พูลเติมเติม

 

เรื่องที่ 4 โครงสร้างที่ชัดเจน

 

ลิเวอร์พูลในชุดนี้ ‘มีการเสริมทีมที่ชัดเจน’ ไม่ได้ซื้อนักเตะแบบซูเปอร์สตาร์ สักคนเข้ามาเพื่อหวังเปลี่ยนแปลงและแบกทีม แต่จะเป็นการซื้อนักเตะที่เหมาะกับระบบการเล่น ใน‘ปรัชญาของเจอร์เก้น คล็อปป์’

 

เปรียบเทียบภาพให้เห็นได้ชัด ยกตัวอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่ซื้อนักเตะแพงๆเช่นกัน อย่าง ปอล ป็อกบา, อเล็กซิส ซานเชซ แต่วันใดวันหนึ่ง เมื่อตัวแบกทีมเล่นไม่ออก วันนั้นทีมก็จบ

 

ผิดกับลิเวอร์พูล ที่หาก มาเน่ หรือ ซาลาห์ เล่นไม่ดี ก็ยังมีฟีร์มิโน หรือกองกลาง ก็ยังมีตัวสอดแทรก อย่าง แชมเบอร์เลน, เฮนเดอร์สัน ที่ทุกคนต่างรู้หน้าที่

 

ซึ่งการแพ้ต่อวัตฟอร์ด มันเป็นแค่วันร้ายๆ ที่มันจะเกิดขึ้นได้ 1 ใน 10 เท่านั้น ที่นักเตะทุกคนในสนามจะนัดกันฟอร์มแย่นั่นเอง

 

หลังจากนี้เป็นที่น่าสนใจว่า “จากที่มันดีอยู่แล้ว เจอร์เก้น คล็อปป์ จะต่อยอดทีมชุดนี้อย่างไร จะยกระดับทีมชุดนี้ให้ดีชึ้นไปอีกหรือไม่ เพราะฟุตบอล มีวัฏจักรของมัน เหมือนที่ บาร์เซโลนา ของเป็ป กวาร์ดิโอลา ก็มีวันตกยุค เช่นเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเขา”

 

วันนี้ “ลิเวอร์พูล” ขึ้นเป็นผู้นำแล้ว พวกเขาจะรักษาสิ่งเหล่านี้ต่อไปได้ไหม ‘การเป็นผู้นำ’ มันไม่มีเป้าหมายชัดเจน เท่ากับการเป็นผู้ตาม ที่ต้องแซงหน้าคนที่นำอยู่ให้ได้

 

หลังจากนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่า “หงส์แดง” ของเจอร์เก้น คล็อปป์ จะเดินหน้าต่อ หรือวัฏจักร ร็อค แอนด์ โรล ที่คล็อปป์ สร้างขึ้นจะจบลง

 

การประสบความสำเร็จ เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆไม่มีใครจดจำ แต่คนจำยกให้มันเป็นประวัติศาสตร์ ก็ต่อเมื่อ คุณสามารถสร้างมันให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เหมือนที่ ‘เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน’ เคยทำกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง

 

 



 

 

DATABET88.VIP คาสิโนออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ เว็บพนัน แทงบอล แทงหวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ที่ดีที่สุด ฝาก-ถอนง่าย

 

DATABET88.VIP คาสิโนออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ เว็บพนัน แทงบอล แทงหวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ที่ดีที่สุด ฝาก-ถอนง่าย เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา สมัครเล่นคาสิโนได้ใน 1 นาที รองรับการเล่นผ่านมือถือ เว็บพนันออนไลน์อันดับ 1 ของประเทศ