มหากาพย์ขายทีมนิวคาสเซิล

มหากาพย์ขายทีมนิวคาสเซิล

 

 

ถ้าคุณจะลงทุนซื้อทีมฟุตบอลสักทีมหนึ่ง ข้อแรกคุณควรจะเลือกทีมที่เป็นสโมสรเดียวของเมือง เพราะการันตีเรื่องฐานแฟนคลับได้ทันที และหนึ่งในสโมสรเหล่านั้นคือ “นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด” 

 

“ไมค์ แอชลีย์” เจ้าของทีมคนปัจจุบันของเดอะ แม็คพายส์ น่าจะเป็นเจ้าของทีมที่ถูกแฟนบอลไม่พอใจมากที่สุดคนหนึ่งพรีเมียร์ลีก แฟนบอลนิวคาสเซิลออกโรงประท้วงนักธุรกิจเจ้าของ Sport Direct บ่อยครั้ง เพราะคิดว่าตั้งแต่เข้ามากุมชะตากรรมของทีมตั้งแต่ปี 2007  ไมค์ แอชลีย์ ไม่สนใจใยดีในความเป็นไปของทีม แสวงหาผลประโยชน์ ไม่ลงทุนในผู้เล่น แฟนบอลรู้สึกว่าสโมสรเป็นเพียงแค่ป้ายโฆษณาอันใหญ่ของ Sport Direct เท่านั้น

 

หลายเหตุการณ์ที่ไมค์ แอชลีย์ทำให้แฟนบอลแช่งชักหักกระดูก เช่น กรณีของ “โยนาส กูเตียร์เรส” กองหลังของทีมซึ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง สโมสรยกเลิกสัญญากับเขาทันที ทำให้ทีมถูกฟ้องร้องเพราะการเลิกจ้าง และศาลก็เข้าข้างทางนักฟุตบอลชาวอาร์เจนติน่า หรือกับสถานการณ์ล่าสุดที่ นิวคาสเซิลออกมาพักงานพนักงานของสโมสร เพื่อให้ไปรับเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาลอังกฤษ รวมทั้งการเก็บเงินผู้ถือตั๋วปีของทีมสำหรับฤดูกาลหน้า ทั้งๆที่แฟนบอลกำลังเผชิญความยากลำบาก และยังไม่รู้ว่าฤดูกาลหน้าจะเริ่มแข่งได้เมื่อไหร่

 

ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานระหว่างเจ้าของทีมกับแฟนบอลนิวคาสเซิลนั้นยั่งรากลึก แต่แล้วเหมือนจะมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีข่าวออกมาว่า ไมค์ แอชลีย์ จะขายทีมนิวคาสเซิล โดยมีผู้ข้อเสนอซื้อ เป็นกลุ่มทนจากหลายฝ่ายรวมตัวกัน แต่เจ้าหลักคือ The Public Investment Fund of Saudi Arabia จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยมี “โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน” มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย เป็นประธาน ซึ่งราคาขายของทีมที่ตกลงกันอยู่ที่ราวๆ 300 ล้านปอนด์

 

ข่าวนี้ทำเอาแฟนบอลเดอะแม็กพายส์ดีใจจนออกนอกหน้า ฝันหวานว่าทีมในฤดูกาลหน้าจะออกมาแบบไหน ผู้จัดทีมคนไหนจะเข้ามาคุมทีม มีการจัดตัวผู้เล่นในฝันกันยกใหญ่ แต่จะว่าไปถ้าดูความร่ำรวยของเจ้าชายแห่งดินแดนน้ำมันก็เข้าใจว่าทำไมกองเชียร์นิวคาสเซิลถึงฝัยิ้มแก้มปริ

 

ว่าที่เจ้าของใหม่ของทีมมีทรัพย์สินรวมๆประมาณ 320 พันล้านปอนด์ มากกว่า “ชีค มานซูร์”​ เจ้าของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกิน 10 เท่าตัว หรือถ้าเอาเงินของเจ้าของทีมพรีเมียร์ลีกทั้ง 19 ทีมมารวมกัน ก็ยังได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่เจ้าชาย “โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน” มี

 

แต่ดูเหมือนการเทคโอเวอร์ครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องสวยงาม เพราะชื่อเสียงของมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบียนั้นไม่ค่อยดีในสายตาชาวโลก ถ้าใครติดตามข่าวต่างประเทศมาอย่างใกล้ชิด คงเคยได้ยินเรื่องของ “จามาล คาซูจกี้” นักข่าวที่วิจารณ์รัฐบาลซาอุดิอาระเบียอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของมกุฎราชกุมาร นักข่าวของวอชิงตัน โพสต์เข้าไปในสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบียในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี และไม่ได้กลับออกมาอีกเลย สุดท้ายพบว่าเขาถูกสังหารโดยทีมสายลับของซาอุดิอาระเบีย

 

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังที่สุดเรื่องหนึ่งในปี 2018 หลายชาติเข้ามามีส่วนรวมในการสืบสวน ทั้งตุรกี ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอเมริกาในฐานะชาติที่จามาล คาซูจกี้ ขอลี้ภัย โดยมีข่าวลืออย่างหนักว่าผู้ที่อยู่เบื้อหลังการสังหารโหดครั้งนี้คือ เจ้าชาย “โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน” 

 

นอกจากนี้ว่าที่เจ้าของใหม่นิวคาสเซิล ยังถูกวิจารณ์ถึงวิธีการที่เขาปกครองประเทศ ทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี สิทธิของกลุ่ม LGBT การจับกุมสมาชิกราชวงส์ชั้นสูงคุมขัง และการทรมานนักโทษ องค์การนิรโทษกรรมสากลออกหนังสือถึงพรีเมียร์ลีกถึงการขายทีมในครั้งนี้ว่า พรีเมียร์ลีกกำลังจะตกเป็นเครื่องมือของคนที่จะใช้ความสง่างามของลีกสูงสุดของอังกฤษเพื่อปกปิดการกระทำที่ไร้จริยธรรมของตัวเอง โดยจะนำความเสื่อมเสียมาสู่พรีเมียร์ลีก และโลกของฟุตบอล”

 

นอกจากนี้หนึ่งในผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอย่าง beIN Sport ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กาต้าร์ ได้ออกโรงเรียกร้องให้มีการสืบสวนถึงการเทคโอเวอร์ในครั้งนี้ โดยระบุว่า มีการลักลอบนำสัญญาณภาพถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไปฉายในซาอุดิอาระเบียอย่างกว้างขวาง โดยบริษัทใหญ่ของกาต้าร์กล่าวหาว่า บริการแบบผิดกฏหมายของ beoutQ ในซาอุดิอาระเบียนั้น ใช้คลื่นความถี่ของช่องรัฐบาลในการดำเนินการ

 

ล่าสุดการซื้อขายทีมนิวคาสเซิลถูกยกมาเป็นประเด็นในรัฐสภาของอังกฤษ ซึ่งทางรัฐบาลก็ออกมาบอกว่าจะไม่มีการเข้าแทรกแซงในเรื่องนี้ เพราะเป็นสิทธิของพรีเมียร์ลีกที่จะตรวจสอบความเหมาะสมของบุคคลที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของทีมในลีกสูงสุดของประเทศ

 

หลายฝ่ายมองว่าการเคลื่อนไหวเข้ามาซื้อทีมกีฬาในครั้งนี้ของซาอุดิอาระเบีย ก็เพื่อใช้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือในการกลบข้อครหาต่างๆที่มี และเรียกชื่อเสียงดีๆกลับมา ซึ่งแน่นอนว่า ถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่เหตุผล เพราะการซื้อทีมครั้งนี้เป็นแผนที่จะให้ประชากรของประเทศหันมาสนใจกีฬามากขึ้น ตามแผนงานของเจ้าชาย “โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน”

 

ในอดีตมีการเทคโอเวอร์สโมสรหลายครั้งที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เช่นตอนที่แจ็ค วอล์คเกอร์ ซื้อทีมแบล็คเบิร์น และลงทุนจนทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ หรือการเข้ามาของโรมัน อับบราฮัมโมวิช ของเชลซีในปี 2003 ซึ่งพลิกโฉมหน้าวงการลูกหนังโลกไปตลอดกาล และล่าสุดกับเงินถุงเงินถังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับชีค มานซูร์

 

ถ้ามกุฎราชกุมาร “โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน” เป็นเจ้าของทีมนิวคาสเซิลขึ้นมาจริงๆ เราจะเห็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเขียนขึ้นใหม่ ส่วนจะสมใจแฟนบอลนิวคาสเซิ่ลไหม ทีมจะได้แชมป์รายการสำคัญเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1955 ที่คว้าแชมป์เอฟเอคัพหรือเปล่า เวลาและเงินคงเป็นเครื่องพิสูจน์

 

 



 

DATABET88.VIP คาสิโนออนไลน์ พนันบอล พนันออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ อันดับ 1 ในประเทศ

 

คาสิโนออนไลน์ พนันออนไลน์ พนันบอล พนันบอลออนไลน์ ที่เล่นได้ตลอด 24 ชม. 7 วัน เล่นง่าย ฝาก-ถอน รวดเร็ว รองรับทุกอุปกรณ์ สมัครสมาชิก ได้แล้ววันนี้ พร้อมเล่นในทันทีที่ฝากเงิน