‘ความล้มเหลว’ ของ “แกรี เนวิลล์” กับการคุมทีม

ความล้มเหลวของแกรี เนวิลล์กับการคุมทีม

 

 

หากพูดถึงชื่อของ “แกรี เนวิลล์ “หลายคนคงจำภาพ การยืนเป็นแบ็คขวาอย่างแข็งแกร่งให้กับ ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ มาตลอดชีวิตในการค้าแข้งที่ประสบความสำเร็จมาก

 

เป็นเวลาเกือบ 19 ปี ที่โลดแล่นใน ‘โรงละครแห่งความฝัน’ พร้อมถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก 7 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย และแชมเปี้ยนส์ลีก อีก 2 สมัย 

 

ทำให้ไม่แปลกที่ “เนวิลล์” ผู้พี่คนนี้จะได้รับการยกย่องอย่างสูงว่า “เป็นหนึ่งในแบ็คขวาที่ดีที่สุดในของโลกในช่วงที่ผ่านมา”

 

แต่ “บทบาทในการคุมทีม กลับไม่มีใครจะจดจำเลย” เพราะหลังจากแขวนสตั๊ดได้เพียงปีเดียว งานแรกเริ่มของเขาก็คือ “การเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีมชาติอังกฤษ” ในช่วงที่ ‘รอย ฮอดจ์สัน’ คุมทีม

 

จุดเริ่มต้นแรกของการตัดสินใจคุมทีม ก็คือ ในช่วงระหว่างที่เจ้าตัวรับบทผู้ช่วยโค้ชทีมชาติอังกฤษ งานของเขาก็จะไม่เยอะเท่ากับคนที่ทำงานให้กับสโมสร ทำให้ภารกิจหลักนอกจากช่วยเหลือ รอย ฮอดจ์สัน แล้ว ก็คือ “การผันตัวไปเป็น กูรู ทางช่องกีฬาชื่อดัง” อย่าง สกาย สปอร์ตส์

 

และเจ้าตัวก็มักจะโจมตีโค้ชชาวอังกฤษ ที่ไม่ค่อยกล้าออกไปรับงานที่ประเทศอื่น และสังเกตได้ชัดเจนเลยว่า เรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะตามสถิติแล้ว มีโค้ชอังกฤษน้อยมาก ที่ออกไปทำงานนอกประเทศ หากเทียบกับ ชาติอื่นๆ อาทิ สเปน, เยอรมัน, อิตาลี รวมถึง ฝรั่งเศส 

 

ทำให้ “เนวิลล์” ที่ได้รับข้อเสนอจาก ‘ปีเตอร์ ลิม’ เศรษฐีชาวสิงคโปร์ ที่สนิทกันจากการช่วยเหลือกันที่ซัลฟอร์ด ไม่สามารถปฏิเสธ ข้อเสนอจากเพื่อนรักต่างสัญชาติรายนี้ได้ ทำให้เจ้าตัวจึงตัดสินใจรับงานที่ ‘เมสตายา สเตเดียม’ และไปช่วยเหลือน้องชาย อย่าง ฟิล ที่ต้องรักษาการคุมทีมอยู่ ณ เวลานั้น

 

 “เนวิลล์” ในบทบาทของ ‘เฮดโค้ช’ ก็เริ่มต้นขึ้นกับ ทีมยักษ์ใหญ่ในสเปน อย่าง ‘ไอ้ค้างคาว’ บาเลนเซีย แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นกลับเป็นเหมือนฝันร้าย ในระยะเวลาไม่ถึง 4 เดือน 

 

ต่อให้คุณฉลาดในโลกฟุตบอลเพียงใด รู้จักแท็คติกในสนามลึกซึ้งเพียงไหน แต่ ‘การเป็นโค้ช’ กับ ‘การวิจารณ์ทางโทรทัศน์’นั้น “แตกต่างกันมาก” เพราะบางอย่าง มันก็ไม่สามารถหาเหตุผลมารองรับได้

 

ตลอดการทำงานที่เมสตายา “เนวิลล์” พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อ ‘พิสูจน์ตัวเอง’ แต่ด้วยความ ‘ไร้ซึ่งประสบการณ์’ ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจหวัง

 

พอไปขอคำแนะนำจาก ‘เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน’ อดีตเจ้านาย ก็ได้รับคำแนะนำว่า “ให้กำจัดนักเตะที่ไม่เชื่อฟังเขาทิ้งซะ” แต่เขาก็ไม่กล้าและพยายามซื้อใจนักเตะ แต่กลายเป็นว่า “มันกลายเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม”

 

ยิ่ง ‘เรื่องภาษา’ เนวิลล์ ที่อยู่ในอังกฤษมาตลอดก็ยิ่งไปไม่เป็น เพราะนักเตะของบาเลนเซีย ส่วนใหญ่ในเวลานั้น ต่างก็เป็นนักเตะสัญชาติสเปน ทำให้ทุกอย่างดูขวางหูขวางตาไปหมด

 

สุดท้าย ด้วยความ ‘ไร้ประสบการณ์’ ก็ทำให้เขาอยู่ได้ไม่นาน พร้อมทิ้งสถิติมากมายที่ไม่น่าจดจำด้วยการ “พาทีมอยู่อันดับ 14 มีแต้มเหนือโซนตกชั้น แค่ 6 คะแนน และชนะแค่ 3 เกมจาก 16 นัดในลีก และไม่สามารถพาทีมเก็บคลีนชีต ในลาลีกา ได้เลยแม้แต่แมตช์เดียว”

 

ยังดีที่ ‘ปาโก้ อาเยสเตราน’ ที่มาคุมต่อ ทำให้ ‘ไอ้ค้างคาว’ อยู่ในลีกสูงได้ต่อไปอีกปี แม้จะมีผลงานย่ำแย่ไม่ต่างกัน

 

บทสรุป “การทำงานนอกประเทศครั้งแรกของ ‘เนวิลล์’ ล้มเหลวสิ้นดี” และจากงานดังกล่าว ทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะไม่จับงานโค้ชอีกเลย 

 

บทสรุปของความล้มเหลวครั้งนี้ มีหลายหัวข้อ สำหรับเนวิลล์ 

 

เรื่องแรก คือ “เรื่องประสบการณ์ความเป็นผู้นำ” ที่เขาใจร้อนเกินไป เชื่อว่าตัวเองทำได้ ทุกอย่างมันควรมีลำดับขั้น การเริ่มต้นกับทีมใหญ่อย่างบาเลนเซีย โดยที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน มันทำร้ายตัวเขามากเกินไป และอังกฤษ กับ สเปน ความแตกต่างมันก็มีเยอะมาก ทั้งเรื่องของภาษา รวมถึงวัฒนธรรม 

 

เรื่องที่สอง “ความไม่เด็ดขาด” ของเนวิลล์ คือ ตัวที่ย้อนมาทำร้ายเขา หากเปรียบกับเฟอร์กี้ ที่กล้าตัดลูกทีมที่ไม่อยู่ในโอวาท ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่สน แต่เนวิลล์ใจดีกับนักเตะเกินไป สุดท้ายมันเลยกลายเป็นว่าไม่มีใครกลัวเขา

 

เรื่องที่สาม คือ “ความไม่แน่นอนของเขา” ที่ตลอดช่วงเวลาที่เข้าไปคุมทีมเกือบ 4 เดือน ไม่มีอะไรแน่นอนเลย เปลี่ยนแท็คติกไปมา จนสร้างความสับสนกับผู้เล่น และมีบางนัดที่เจ้าตัวสารภาพว่า ปล่อยให้คนอื่นช่วยกันคิดเลยว่าจะจัดทีมแบบไหน เพราะเขากลัวและไม่กล้า และเป็นที่มาของการเสียตำแหน่งในภายหลัง

 

เรื่องที่สี่ คือ “เรื่องของเวลาของการเป็นโค้ช” ยิ่งไม่มีประสบการณ์ เวลาถือเป็นสิ่งสำคัญมาก นั่นทำให้หลายคนมักจะเห็นว่าโค้ชหลายคนที่มีประสบการณ์แล้ว มักจะไม่เลือกการเข้าไปคุมทีมในช่วงกลางฤดูกาล เพราะมันต้องแข่ง แข่ง แข่ง แล้วก็แข่ง ความเข้าใจในตัวนักเตะก็ไม่มีเวลาศึกษา การจะใส่แท็คติกให้นักเตะก็ไม่มีเวลามันจึงสำคัญมากว่า หลายคนเลือกที่จะรอรับงานในช่วงปรีซีซั่น หรือช่วงก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่มทำการแข่งขันมากกว่า

 

แต่แม้ใน ‘ความล้มเหลว’ ก็ยังมี ‘ข้อดี’ อย่างน้อย “เนวิลล์” ก็ได้ลอง ได้กล้าลงมือทำ แม้สุดท้ายมันจะเจ็บปวด แต่มันจะเป็นแผลที่สอนให้เขารู้จักโลกกว้างมากขึ้น

 

ดั่งเพลงของ ‘บอดี้สแลม’ ท่อนหนึ่งที่ว่า “ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ ว่าครั้งหนึ่งเคยก้าวไป”

 

และเชื่อว่า ประสบการณ์ครั้งนั้นของเนวิลล์ น่าจะเป็นตัวสอนเขา และอีกหลายคน “การตัดสินใจลงมือทำ เพราะทุกอย่างมีความเสี่ยง” ยิ่งกีฬาฟุตบอล ไม่มีทีมไหนการันตีได้ว่าจะชนะไปตลอด หรือสำเร็จไปตลอด ทุกทีม และ “ทุกคนสามารถล้มเหลวได้ หากตัดสินใจพลาด ไปเพียงนิดเดียว”

 

 



 

 

DATABET88.VIP คาสิโนออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ เว็บพนัน แทงบอล แทงหวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ที่ดีที่สุด ฝาก-ถอนง่าย

 

DATABET88.VIP คาสิโนออนไลน์ พนันบอลออนไลน์ เว็บพนัน แทงบอล แทงหวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ที่ดีที่สุด ฝาก-ถอนง่าย เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา สมัครเล่นคาสิโนได้ใน 1 นาที รองรับการเล่นผ่านมือถือ เว็บพนันออนไลน์อันดับ 1 ของประเทศ